ฉันมีของมาฝาก

บทที่1 เรื่อง ฉันมีของฝาก

บทที่1 เรื่อง ฉันมีของฝาก

พวกเธอฉันซื้อของมาฝาก

ลูกชาย : พ่อครับ ผมขอถามอะไรหน่อยได้มั้ย ?พ่อ : แน่นอน ได้สิ , ลูกจะถามอะไรลูกชาย : พ่อครับ ใน 1 ชั่วโมงพ่อหาเงินได้เท่าไหร่เหรอครับ ?พ่อ : มันไม่ใช่ธุระอะไรของลูก ทำไมถึงถามอะไรแบบนี้ ?ลูกชาย : ผมแค่อยากรู้ ได้โปรดบอกผมเถอะครับใน 1 ชั่วโมงพ่อหาเงินได้เท่าไหร่เหรอครับ ?พ่อ : ถ้าลูกต้องรู้ให้ได้ พ่อก็จะบอกให้ฟังใน 1 ชั่วโมง พ่อหาเงินได้ 100 บาทลูกชาย : โห !!! (ทำหน้าเศร้าพร้อมกับก้มหน้าลง)ลูกชาย : พ่อครับ ผมขอยืมเงินพ่อ 50 บาทได้มั้ย ?

พ่อของเขาโมโหอย่างมากพ่อ : ถ้าด้วยเหตุผลที่ลูกถามเพียงเพราะอยากจะขอยืมเงินพ่อเพื่อไปซื้อของเล่นห่วยๆ หรือ สิ่งของไร้สาระพวกนั้นลูกควรจะนำตัวเองตรงกลับไปที่ห้อง และ เข้านอนพร้อมกับคิดว่าทำไมถึงเป็นคนเห็นแก่ตัวแบบนี้พ่อทำงานหนักทุกวัน เพื่อเลี้ยงลูกที่มีนิสัยอย่างนี้เหรอ

เด็กชายตัวน้อย เงียบลงและค่อยๆเดินขึ้นไปที่ห้องของเขาและปิดประตูลง

พ่อนั่งลงด้วยความโมโห นึกย้อนคิดถึงคำถามของลูกชายเขากล้าถามกับเราอย่างนั้นได้อย่างไรเพียงเพื่อแลกกับเงินบางส่วนผ่านไป 1 ชั่วโมง... อารมณ์ของพ่อเริ่มสงบลง และเริ่มคิดได้ว่าบางทีอาจจะมีบางสิ่งที่มีราคา 50 บาท ซึ่งลูกอยากได้จริงๆและความจริงแล้ว เขาก็ไม่เคยถาม หรือ ขอเงินเรามาก่อนเลยดังนั้นเอง พ่อจึงตัดสินใจเดินขึ้นไปหาลูกน้อยที่ห้องนอน

พ่อ : ยังไม่นอนอีกเหรอลูก ?ลูก : ไม่ครับพ่อ ผมยังไม่นอนพ่อ : พ่อมาคิดดูแล้ว บางทีพ่อคงทำงานจนเหนื่อยเกินไปถึงได้พูดกับลูกแรงขนาดนั้นนี่เงิน 50 บาทที่ลูกขอยืมพ่อ เอาไปสิ

หนุ่มน้อยฉีกยิ้มด้วยความดีใจ พร้อมกับลุกขึ้นอย่างรวดเร็วทันใดนั้นเอง เขาก็รีบดึงแบงค์ยับๆจำนวนหนึ่งและ เศษเหรียญเล็กๆน้อยๆ ออกมาจากใต้หมอนของเขาเขานั่งบรรจงนับมันอย่างช้าๆ แล้วค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองพ่อในขณะเดียวกันกับที่พ่อเริ่มจะโมโหขึ้นอีกรอบเพราะเห็นลูกชายซ่อนเงินจำนวนหนึ่งไว้ใต้หมอน

พ่อ : ลูกจะเอาเงินเยอะแยะขนาดนี้ไปทำอะไรในเมื่อลูกก็มีมันอยู่มากแล้ว (พ่อถามด้วยอารมณ์เริ่มโกรธ)

ลูกชาย : เพราะผมมีไม่พอครับพ่อ แต่ตอนนี้ผมมีครบแล้วพ่อครับ นี่เงิน 100 บาท ผมขอซื้อเวลาทำงานของพ่อ 1 ชั่วโมงพรุ่งนี้ตอนเย็น พ่อช่วยกลับบ้านมาหาผมเร็วๆนะครับผมเพียงแค่อยากจะกินข้าวเย็นกับพ่อครับ

พ่อหยุดนิ่งไปชั่วขณะ เพราะความเจ็บปวดที่หน้าอกรู้สึกเหมือนดวงใจของเขา มันจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆพ่อรีบคุกเข่าลง โผเข้ากอดลูกชายทั้งน้ำตาพร้อมกับขอให้ลูกชายสุดที่รักยกโทษให้ตัวเขา

นี่เป็นเพียงเรื่องสั้นๆ ที่อยากเตือนให้คุณคิดว่าเราไม่ควรปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างไร้ความหมายพรุ่งนี้ หากคุณตายลงที่ทำงานของคุณก็สามารถหาคนมาทำงานแทนที่ช่วงเวลาของคุณได้อย่างง่ายดายแต่สำหรับครอบครัวและคนที่คุณรัก พวกเขาเหล่านั้นไม่สามารถหาใครมาแทนที่ช่วงเวลาที่สูญเสียไปจากคุณได้

ลองถามตัวเองดูว่า ทุกวันนี้ตัวของคุณใช้เวลาไปกับสิ่งใดมากกว่ากันระหว่าง การทำงาน หรือว่า ครอบครัว ?