ภาษาอังกฤษ

สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่บทเรียนออนไลน์วิชาภาษาอังกฤษ วันนี้เราจะมาเรียนกันในเรื่อง Conjunction กันนะคะ เมื่อนักเรียนเรียนบทเรียนนี้จบแล้วครูหวังว่านักเรียนจะสามารถแยกชนิดของ Conjunction ได้และสามารถนำ Conjunction ไปใช้ได้อย่างถูกต้องนะคะ ถ้าพร้อมแล้วไปเริ่มเรียนกันเลยจ้า 

Conjunction (คำสันธาน)

ความหมายของ Conjunction

Conjunction (คำสันธาน)

                 หมายถึง คำศัพท์ที่ใช้เชื่อมคำ (words) กลุ่มคำ (phrases) หรือ ประโยค (sentences) เข้าด้วยกัน โดยคำที่ใช้ conjunction เชื่อมนั้นจะเป็นคำชนิดเดียวกัน หรือคำที่คล้ายกัน ดังตัวอย่างต่อไปนี้


and            but          or            that    

for              also         still        else        

because    after        if             though  

before        till           unless    as   

when         where     while      than

since          only


Mr. Krasae and his friends go to school by bus.

คุณกระแสและเพื่อนๆ ไปโรงเรียนโดยรถประจำทาง


My students tried their best but could not past the test.

นักศึกษาของผมได้พยายามทำข้อสอบเต็มที่แล้ว แต่ก็ไม่ผ่าน


He is poor but honest.

เขาจน แต่ซื่อสัตย์ 

มาออกเสียงคำว่า conjunction กันนะคะ

KINDS OF CONJUNCTIONS (ชนิดของคำสันธาน)

KINDS OF CONJUNCTIONS (ชนิดของคำสันธาน)

Conjunction สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ชนิดใหญ่ๆ ดังนี้

1. correlative conjunction

2. compound conjunction

3. coordinating conjunction

4. subordinating conjunctions

Correlative Conjunctions

1.correlative conjunction

      Correlative  Conjunctions  คือ  คำเชื่อมที่เป็นคู่ ๆ โดยมีใจความเท่าเทียมกัน เมื่อเชื่อมกันประธานจะใช้กริยาเป็นเอกพจน์หรือพหูพจน์ ให้ถือเอาประธานตัวหน้าเป็นหลัก คำเชื่อมของ correlative conjunctions ได้แก่ either…….or             ไม่……ก็…….(อย่างใดอย่างหนึ่ง)

neither……nor         ไม่ทั้ง………(ไม่ทั้งสองอย่าง)

both…….and…..       ทั้ง……และ……….

not only……but also   ไม่เพียงแต่……อีกด้วย

whether……or           ไม่ว่า………หรือไม่    

ตัวอย่างเช่น

Neither Sombun nor Somsri had attended the class.                                                                               ทั้งสมบูรณ์และสมศรีไม่เข้าชั้นเรียนทั้งสองคน

You can drink either milk or tea.                                 คุณจะดื่มนมหรือไม่ก็น้ำชาก็ได้ 

She is not only clever, but also honest.                     เธอไม่เพียงแต่ฉลาดเท่านั้นยังซื่อสัตย์อีกด้วย

Both my brother and my sister play the guitar.    ทั้งพี่และน้องของฉันที่เล่นกีต้าร์ 

The party will be help whether you attend or not.  งานเลี้ยงคงจะจัดขึ้นไม่ว่าคุณจะเข้าร่วมหรือไม่ก็ตาม

Compound Conjunctions

2.compound conjunctions

Compound Conjunctions  คือ คำเชื่อมที่เป็นกลุ่ม คำเชื่อมชนิดนี้ตามด้วยประโยคเสมอ ได้แก่   

In order that              เพื่อว่า                

even if                         ถึงแม้ว่า                

provided that             ถ้าว่า/เว้นแต่ว่า/มีข้อแม้ว่า              

as though                    ราวกับว่า/ประหนึ่งว่า                

as well as                    เช่นเดียวกับ                

as soon as                   ในขณะที่/พร้อม ๆๆ กันนั้น              

on condition that       ในกรณีที่                

so that                           เพื่อว่า                

inasmuch  as               เนื่องจากว่า                

as if                                ราวกับว่า    

ตัวอย่างเช่น 

Even if you come late, you can attend the club.       ถึงแม้ว่าคุณจะมาสาย คุณก็สามารถเข้าสโมสรได้

He ran home so that he could reach earlier.             เขาวิ่งกลับบ้านเพื่อว่าเขาจะถึงบ้านเร็วขึ้น

The lady pretended as if she were weeping.          เธอแสร้งทำมารยาราวกับว่ากลังจะร้องไห้

I will forgive you on condition that you do not repeat that offence.                                                     ฉันจะยกโทษให้คุณในกรณีที่คุณไม่กระทำผิดอีก

Coordinating Conjunctions

3.coordinating conjunctions

      Coordinating  Conjunctions  (สันธานประสาน)  คือ คำเชื่อมคำเดียว หรือคำเชื่อมที่เป็นกลุ่มคำ ใช้เชื่อมประธานกับประธาน (subject + subject)  วลีกับกริยาวลี  (phrase + verb phrase)  หรือประโยคกับประโยค  ( sentence + sentence)  ซึ่งมีใจความเท่าเทียมกัน  (join together clause of equal rank)  ได้แก่คำเหล่านี้คือ and, but, or, so เป็นต้น  เมื่อเชื่อมด้วยคำเหล่านี้ ประโยคจะกลายเป็นประโยคผสม  ( Compound Sentence)  and (และ) but (แต่) or (หรือ) yet (แม้กระนั้น) for (เพราะว่า) nor (และ...ไม่) so (ดังนั้น)   


กดปุ่มเล่นเพื่อฟังแล้วให้นักเรียนฝึกออกเสียงตามนะคะ

and = และ ใช้เชื่อมข้อความที่คล้อยตามกันทำหน้าที่เชื่อมคำที่เป็นชนิดเดียวกันเช่นกริยากับกริยา คำนามกับคำนาม เช่น I love Pranee and Pongsee.

but = แต่ ใช้เชื่อมข้อความที่ขัดแย้งกัน เช่น The car is nice, but it is too expensive.

or = หรือ , มิฉะนั้น ใช้เชื่อมข้อความที่ให้เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น You can have a sandwich or fried rice for lunch.

yet = แม้กระนั้น ใช้เชื่อมข้อความที่ขัดแย้งกัน เช่น He seems happy, yet he never smiles.

so = ดังนั้น ใช้เชื่อมข้อความที่แสดงความเป็นเหตุเป็นผลกัน เช่น Direk hates traffic jams, so he decided not to study in Bangkok .

for= เพราะว่า ใช้เชื่อมข้อความที่แสดงความเป็นเหตุเป็นผลกัน เช่น I was not allowed to eat in the restaurant, for I was not wearing a jacket.

nor = และ...ไม่ ใช้เชื่อมข้อความที่คล้อยตามกัน เช่น Somkiet is neither rich nor handsome.

Subordinating Conjunctions

4.subordinating conjunctions

            Subordinating Conjunctions (อนุสันธาน)  คือ   การใช้คำเชื่อมสองประโยคเข้าด้วยกันเพื่อให้มีความหมายที่สมบูรณ์ โดยอาศัยคำสันธานในการเชื่อม แบ่งออกเป็น    7 ชนิดตามความหมายของแต่ละการเชื่อม  คือ   

1.  เวลา  (Time)  เป็นการเชื่อมเพื่อแสดงเวลา ได้แก่ before (ก่อน), till (ตั้งแต่ / จนกระทั่ง),  since  (ตั้งแต่, เนื่องจาก),  after(หลังจาก),  until  (จนกระทั่ง)  เช่น   

I will finish the work before you return.                ฉันจะทำงานให้เสร็จก่อนที่คุณจะกลับมา

I will wait here till you turn.                                     ฉันจะรออยู่ที่นี่จนกว่าคุณจะกลับมา      

2.  เหตุผล (Cause or Reason)   เป็นการเชื่อมเพื่อแสดงเหตุผล ได้แก่ because (เพราะว่า / เนื่องจาก),  since  (เนื่องจาก),  as (เพราะ)  เช่น   

As  he was not there, I spoke to his brother.        เพราะเขาไม่อยู่ที่นั่น ผมจึงได้คุยกับพี่ของเขาแทน

She may come, as she is your friend.                    เธออาจจะมา เพราะเธอเป็นเพื่อนของคุณ

3.  วัตถุประสงค์  (Purposes)  เป็นการเชื่อมเพื่อแสดงความมุ่งหมาย ได้แก่ that (เพื่อว่า),  in order that  (เพื่อว่า),  lest (เพื่อมิให้ / มิฉะนั้น)  เช่น   

We eat that we may live.                                          พวกเรากินเพื่อว่าอาจจะมีชีวิตอยู่    

Walk slowly lest you should fall.                            เดินช้า ๆ มิฉะนั้นคุณอาจจะหกล้ม      

4. ผลลัพธ์  (Result)  เป็นการเชื่อมเพื่อแสดงผลที่ตามมาได้แก่  that (จนกระทั่ง)  ต้องใช้คู่กับ so เสมอ  เช่น  

She was so tired that she could scarcely stand.  เธอเหนื่อยมากจนแทบจะยืนไม่ติด

He is so ill that he could not come.                        เขาป่วยมากจนกระทั่งไม่สามารถมาได้      

5.  เงื่อนไข  (Condition)  เป็นการเชื่อมแสดงการคาดคะเนเงื่อนไข หรือสมมุติ ได้แก่ if (ถ้า), as if (ราวกับว่า),  unless  (เว้นไว้เสียแต่ว่า),  if……not  (ถ้าไม่) เช่น   

I will go if Bundit goes.                                               ผมจะไปถ้าคุณบัณฑิตไป

The teacher will help if you ask him.               คุณครูคงจะช่วยถ้าคุณถามเขา      

6.  ยอมรับหรือยินยอม  (Concession)  เป็นการเชื่อมเพื่อแสดงการยอมรับหรือความแตกต่างกัน เช่น although  (ถึงแม้ว่า),  though(แม้ว่า)  เช่น      

I will not see him, though he will come.               ฉันไม่เจอเขาแม้ว่าเขาจะมา 

A book’s a book, although there is nothing in it.   หนังสือก็คือหนังสือแม้ว่าจะไม่มีอะไรในนั้นก็ตาม

7.  เปรียบเทียบ  (Comparison)  เป็นการเชื่อมเพื่อแสดงการเปรียบเทียบ ได้แก่ than (กว่า)  เช่น   

He is stronger  than Paradon.                                  เขาแข็งแรงกว่าภราดร

Conjunction เชื่อมคำนาม กับ คำนาม

ใช้เชื่อมคำนาม กับ คำนาม 

เช่น

Dale and Joy got married.

เดลและจอยได้แต่งงานกัน 

(and เชื่อมคำนาม 2 คำ คือ Dale และ Joy)

Conjunction เชื่อมคำนามกับคำสรรพนาม หรือเชื่อมคำสรรพนาม กับ คำสรรพนาม

ใช้เชื่อมคำนามกับคำสรรพนาม หรือเชื่อมคำสรรพนาม กับ คำสรรพนาม

เช่น

Dale and I go to school by bus.

เดลและผมไปโรงเรียนโดยรถประจำทาง 

(and เชื่อม Dale ซึ่งเป็นคำนาม และ I ซึ่งเป็นคำสรรพนาม เข้าด้วยกัน)

Conjunction เชื่อมคำกริยา กับ คำกริยา

ใช้เชื่อมคำกริยา กับ คำกริยา

เช่น

She eats and drinks.

หล่อนกินและดื่ม

(and เชื่อมคำกริยาคือ eats และ drinks เข้าด้วยกัน)

She sat down and cried.

หล่อนนั่งลงแล้วร้องไห้ (นั่งร้องไห้)

Conjunction เชื่อมคำคุณศัพท์ และ คำคุณศัพท์

ใช้เชื่อมคำคุณศัพท์ และ คำคุณศัพท์เข้าด้วยกัน 

เช่น

I have a black and white television set at home.

ผมมีทีวีขาวดำเครื่องหนึ่งที่บ้าน

(andใช้เชื่อมคำคุณศัพท์ black และ white เข้าด้วยกัน)

Ladda has a black and white cat at home.

ลัดดามีแมวสีขาวดำที่บ้านตัวหนึ่ง

Conjunction เชื่อมคำกริยาวิเศษณ์ กับ คำกริยาวิเศษณ์

ใช้เชื่อมคำกริยาวิเศษณ์ กับ คำกริยาวิเศษณ์

เข้าด้วยกัน

 เช่น

He works diligently and patiently.

เขาทำงานอย่างขยันและอดทน

(and เชื่อมคำกริยาวิเศษณ์ diligently และ patiently เข้าด้วยกัน)

She reads slowly and carefully.

หล่อนอ่านช้า ๆ และระมัดระวัง

Conjunction เชื่อมวลี กับ วลี

ใช้เชื่อมวลี กับ วลี เข้าด้วยกัน 

เช่น

Dale went across the fields and into the woods.

เดลได้เดินข้ามสนามหญ้าและมุ่งตรงเข้าไปในป่า 

(and ใช้เชื่อม วลี across the fields และ into the woods เข้าด้วยกัน)

Conjunction เชื่อมอนุประโยค (clauses) หรือ ประโยค (sentences)

ใช้เชื่อมอนุประโยค (clauses) หรือ ประโยค (sentences) เข้าด้วยกัน 

เช่น

Although she is not beautiful, she wants to be a film star.

แม้ว่าหล่อนจะไม่สวยแต่หล่อนอยากเป็นดาราภาพยนตร์ (Although เชื่อมอนุประโยคเข้าด้วยกัน)

แบบฝึกหัดข้อที่ 1

It's usually quite simple to cross the border between the USA and Canada ___ these two countries have friendly relations.

  • because
  • and
  • but
  • yet

แบบฝึกหัดข้อที่ 2

Not only was he good at English ............at mathematics.

  • so
  • as
  • but also
  • and also

แบบฝึกหัดขัอที่ 3

Make sure you close all the windows ___ it starts to rain.

  • but
  • for
  • after
  • before

แบบฝึกหัดข้อที่ 4

______ you left, the atmosphere in the office has not been as nice.

  • so
  • so that
  • since
  • or

แบบฝึกหัดข้อที่ 5

I need an office to myself ______ I can get some work done.

  • so
  • so that
  • although
  • when

การประเมินผล

ให้นักเรียนทำแบบทดสอบเพื่อวัดความรู้หลังเรียน >>> คลิกเพื่อทำแบบทดสอบหลังเรียน