present simple tense

Welcome to the course Present simple

ยินดีต้อนรับ

 

present simple tense

เนื้อหา

present simple tense

หลักการใช้ PRESENT SIMPLE TENSE ปัจจุบันธรรมดา

 

 

หลักการใช้ Present Simple Tense

Present Simple Tense (Tense ปัจจุบันธรรมดา)

Present  เพร๊เซินท= ปัจจุบัน

Simple ซิ๊มเพิล = ธรรมดา

โครงสร้าง S + V1 (ประธานเอกพจน์ กริยาเติม s,es) ประธาน + กริยาช่องที่ 1 (ถ้าประธานเป็นเอกพจน์ กริยาต้องเติม s หรือ es แล้วแต่กรณี) S + กริยาช่วย + V1 ประธาน + กริยาช่วย + กริยาช่องที่ 1 (ไม่ต้องเติม s ทุกกรณี) กริยาช่วยที่ใช้บ่อยคือ can, should, must

Tense นี้ค่อนข้างจะยุ่งยากนิดหน่อยตรงที่ประธานเอกพจน์ต้องเติม s ส่วนประธานพหูพจน์ไม่ต้องเติม สิ่งที่จะสร้างความยุ่งยากนิดหนึ่งคือการเติม s เพราะกริยาบางตัวต้องเติม es ไม่ใช่แค่ s เฉยๆ แต่ไม่ใช่เรื่องยากถ้าได้ศึกษาการเติม s ที่้ท้ายคำนามเพื่อให้นามนั้นเป็นพหูพจน์

หลักการใช้

ในหนังสืออาจจะบอกไว้หลายข้อ แต่ให้ผู้เรียนจำไว้แค่ 2 ข้อ คือ จริงและวัตร

1. จริง คือ ข้อเท็จจริงทั่วไป ซึ่งเป็นการบอกกล่าว เล่า ถามเรื่องราว เหตุการที่เป็นข้อเท็จริงทั่วๆไป (facts) และข้อมูลข่าวสาร (information)

  • ถ้าเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับคนจะเป็นข้อมูลบอกให้รู้ว่าเขาเป็นใคร มาจากไหน มีอาชีพอะไร ชอบอะไร เป็นต้น

His name is Somchai. ชื่อ ของเขา คือ สมชาย

He comes from Thailand. เขา มา จาก ประเทศไทย

He is a doctor. เขา เป็น หมอ

He can play football. เขา สามารถ เล่น ฟุตบอล

  • ถ้าเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์ก็จะเป็นการบอกให้รู้ว่ามันคืออะไร รูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร ลักษณะนิสัยใจคอ แหล่งที่อยู่ เป็นต้น

Elephants are the largest  land animals. ช้าง เป็น สัตว์ บก ที่ใหญ่ที่สุด

They have 28 teeth. พวกมัน มี ฟัน 28 ซี่

They eat grass. พวกมัน กิน หญ้า (เป็นอาหาร)

They can swim. พวกมัน สามารถ ว่ายน้ำ

  • ถ้าเป็นสิ่งของก็จะบอกให้รู้ว่ามันคืออะไร ทำมาจากอะไร ใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง

This is a Japanese car. นี่ คือ รถยนต์ ญี่ปุ่น

It is very expensive. มัน มีราคาแพง มาก

The company is in Japan. บริษัท อยู่ ใน ญี่ปุ่น

  • ถ้าเป็นสถานที่ก็จะเป็นข้อมูลข่าวสารของสถานที่นั้น เช่น ถ้าเป็นกรุงเทพ ก็จะเป็นข้อมูลของประชากร พื้นที่ สถานที่สำคัญๆต่างๆเป็นต้น

Bangkok is the capital city of Thailand. กรุงเทพ เป็น เมืองหลวง ของ ประเทศไทย

It has 50 districts. มัน มี 50 อำเภอ (เขต)

 

 


2. วัตร คือ กิจวัตร เป็นสิ่งที่ทำบ่อยๆ อาจทุกวัน ทุกสัปดาห์ ทุดเดือน ทุกปี ก็ได้ ซึ่งจะมีคำเหล่านี้กำกับอยู่ด้วย

always อ๊อลเวส เสมอ

usually ยู๊ชวลลิ โดยปกติ

generally เจ็๊นนะเริลลิ โดยปกติ

often อ๊อฟฟึน บ่อยๆ

frequently ฟรี๊เคว็นลิ บ่อยๆ

sometimes ซั๊มไทมส  บางครั้ง

occasionally อะเค๊เชินนัลลิ บางครั้ง

seldom เซ็๊ลดัม ไม่ค่อยจะ

rarely แร๊ลิ ไม่ค่อยจะ

hardly  (ever) ฮ๊าดลิ แทบจะไม่ (เคย)

never เน็๊ฝเฝอะ ไม่เคย

every day เอ็ฝริเด ทุกวัน

every+ Sunday/ Monday….. เอ็ฝริ ซันเด / มันเด…   ทุกวันอาทิตย์/ จันทร์….

every + / week/ month/ year…. เอ็ฝริ วีค / มันธ/ เยีย … ทุกสัปดาห์ / เดือน/ ปี

 

  • I always get up at 6 o’clock. ผม ตื่นนอน เวลา 6 โมง เสมอ
  • You usually buy fruit at 7-11. โดยปกติ คุณ ซื้อ ผลไม้ ที่ 7-11
  • He often comes to my house. เขา มา บ้าน ของฉัน บ่อยๆ
  • She sometimes does homework at school. บ้างครั้ง หล่อน ทำ การบ้าน ที่ โรงเรียน
  • It seldom rains in the morning. ฝน ไม่ค่อยจะ ตก ใน ตอนเช้า
  • We hardly ever drink coffee in the evening. เรา แทบจะไม่ เคย ดื่ม กาแฟ ใน ตอนเย็น
  • They never drive to work. พวกเขา ไม่เคย ขับรถ ไป ทำงาน
  • Somchai plays football everyday. สมชาย เล่น ฟุตบอล ทุกวัน
  • We watch a movie every Monday. เรา ดู หนัง ทุก วันจันทร์
  • She goes to England every year. หล่อน ไป ประเทศอังกฤษ ทุก ปี

TIME LINE เส้นเวลา

timeline present simple tense

หลังจากที่ได้อ่านหลักการใช้แล้ว ทีนี้มาดูไทม์ไลน์กันว่าจะเป็นจริงอย่างที่บอกไว้หรือไหม่ ทีบอกว่า tense นี้ใช้บอกข้อเท็จจริงทั่วไป

  • สีดำคือ อดีตที่หมองหม่น
  • สีส้มคือปัจจุบันที่สดใส
  • สีชมพู คือ อนาคตที่เรืองรองผ่องอำไพ
  • ลูกศรสีขาวไซร้คือเหตุการณ์

ให้สังเกตุที่ลูกศรนะครับ มันคือเหตุการณ์ จะเห็นว่ามันมีอยู่ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต นั่นหมายความว่าข้อความที่เราพูดหรือเขียนมันเป็นจริงอย่างนั้น ไม่ว่าจะเป็นในอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคตก็ได้ ตามที่ลูกศรชี้บอก เช่น

His name is Somchai. ชื่อ ของเขา คือ สมชาย (สองปีก่อนก็ใช่ เมื่อวานก็ใช่ วันนี้ก็ใช่ ในอนาคตก็น่าจะใช่ ถ้าไม่เปลี่ยนชือเสียก่อน)

He comes from Thailand. เขา มา จาก ประเทศไทย (ก็เขาเป็นคนไทย ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตด้วย ก็มันเป็นความจริงอย่างนั้น)

He is a doctor. เขา เป็น หมอ (สิบปีก่อนก็เห็นเป็นหมอ ตอนนีก็เป็น อนาคตก็คงไม่พ้นอาชีพหมอ)

ถ้านักเรียนต้องการสื่อเรื่องราวอะไรสักอย่าง ที่มันเป็นข้อเท็จจริงอย่างนี้ ก็อย่าลืมว่าต้องใช้

ประธาน + กริยาช่องที่ 1 (หากประธานเป็นเอกพจน์กริยาเติม S) นี่คือหลักภาษาที่ต้องจดจำ

สรุปประเด็นที่ต้องจดจำให้ได้

1. Present Simple Tense ใช้เพื่อกล่าวถึงข้อเท็จจริงทั่วไป และการกระทำที่เป็นกิจวัตร

2. โครงสร้าง คือ – ประธาน + กริยาช่องที่ 1 ถ้าประธานเป็นเอกพจน์ กริยาต้องเติม s (เรียนรู้การเติม s ได้จากหัวข้อ “การเติม s ที่ท้ายกริยา present simple tense”) – ประธาน + กริยาช่วย + กริยาช่องที่ 1 (กริยาไม่เติม s ทุกกรณี)

Tense นี้ พบเจอได้ที่ไหน >>บทสนทนาทั่วไป ที่เกี่ยวกับข้อเท็จจริงต่างๆ >>ในหนังสือเรียน สารานุกรม สารคดี และอื่นๆที่นำเสนอข้อเท็จจริง

 

หลักการใช้

present simple tense

หลักการใช้ PRESENT SIMPLE TENSE โครงสร้าง และตัวอย่างประโยค

คำกริยาวิเศษณ์ภาษาอังกฤษที่น่าสนใจ ที่พบในประโยค Present simple tense

Generally แปลว่า โดยทั่วๆ ไปOften แปลว่า บ่อยๆAlways แปลว่า สม่ําเสมอUsually แปลว่า ตามปกติSometimes แปลว่า บางครั้งOccasionally แปลว่า บางครั้งNow and then แปลว่า บางครั้งNow and again แปลว่า บางครั้งRarely แปลว่า นานๆ ครั้งHardly แปลว่า นานๆ ครั้ง, ไม่ค่อยที่จะ…Seldom แปลว่า นานๆ ครั้ง, ไม่ค่อยที่จะ…Every day แปลว่า ทุกวันEvery week แปลว่า ทุกสัปดาห์Every month แปลว่า ทุกเดือนEvery Wednesday แปลว่า ทุกวันพุธNever แปลว่า ไม่เคยOnce a day แปลว่า วันละ 1 ครั้งTwice a day แปลว่า วันละ 2 ครั้งThree times a day แปลว่า วันละ 3 ครั้งFour times a day แปลว่า วันละ 4 ครั้ง

หลักการใช้ Present simple ใช้ยังไง ใช้เมื่อไร ใช้คู่กับ อะไร?

1. ผู้เรียนภาษาอังกฤษ สามารถใช้ present simple tense สำหรับเหตุการณ์ที่เป็นความจริงตามธรรมชาติ หรือเป็นหลักความจริงตามหลักวิทยาศาสตร์

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ

Elephants are the world’s largest land animals now living.แปลว่า ช้างเป็นสัตว์บกที่ใหญ่ที่สุดของโลกที่ยังมีชีวิตอยู่

Light travels faster than soundแปลว่า แสงเดินทางเร็วกว่าเสียง

The sun rises in the east and sets in the westแปลว่า พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก และตกทางทิศตะวันตก

His name is Tony.แปลว่า ชื่อของเขาคือโทนี่

There are seven days in a week.แปลว่า มี 7 วันใน 1 สัปดาห์

Water boils at 100 Celsius.แปลว่า น้ำเดือดที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส

The Earth goes round the Sun.แปลว่า โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์

2. ผู้เรียนภาษาอังกฤษสามารถใช้ present simple tense กับเหตุการณ์ที่มีลักษณะเป็นกิจวัตรประจำวัน เป็นลักษณะนิสัย

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ

A and B never drive to work.แปลว่า เอและบี ไม่เคยขับรถไปทำงาน

I usually drink fresh milk.แปลว่า ฉันดื่มนมสดเป็นประจำ

He plays tennis every day.แปลว่า เขาเล่นเทนนิสทุกวัน

It seldom rains in the evening.แปลว่า ฝนไม่ค่อยตกในตอนเย็น

They hardly drink coffee in the morning.แปลว่า พวกเขาแทบจะไม่ดื่มกาแฟในตอนเช้าเลย

Tony is a teacher from Thailand.แปลว่า โทนี่เป็นครูจากประเทศไทย

I usually go for a walk in the evening.แปลว่า ฉันมักจะออกไปเดินเล่นในตอนเย็น

She usually goes for a walk in the evening.แปลว่า หล่อนมักจะออกไปเดินเล่นในตอนเย็น

We always eat healthy food.แปลว่า พวกเราทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพเสมอ

He always eats healthy food.แปลว่า เขาทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพเสมอ

3. ใช้ Present simple กับเหตุการณ์ที่ได้กำหนดไว้เป็นตารางเวลาหรือแผนการ กำหนดการล่วงหน้าที่ได้กำหนดไว้แล้ว

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ

The plane arrives at 8.15 a.m. tomorrow.แปลว่า เครื่องบินมาถึงพรุ่งนี้เวลา 8 โมง 15 นาที

4. ใช้ Present simple กับเหตุการณ์ที่เป็นความจริงในขณะที่พูด

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ

I have many friends.แปลว่า ฉันมีเพื่อนมากมาย

He has many friends.แปลว่า เขามีเพื่อนมากมาย

5. ใช้ Present simple กับ Stative verb (กริยาที่ไม่ได้แสดงการเคลื่อนไหวให้เห็น แต่แสดงสภาวะ)

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ

You seem very quiet today.แปลว่า วันนี้คุณดูเงียบๆ นะ

6. Present simple ใช้คู่กับ ประโยคเงื่อนไข (Conditional sentence) แบบที่ 1 โดยใช้ใน Subordinate Clause (อนุประโยค)

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ

If I have time, I will go abroad.แปลว่า ถ้าฉันมีเวลา ฉันจะไปต่างประเทศ

เมื่อผู้เรียนได้เรียนโครงสร้างประโยคบอกเล่าของ present simple tense แล้ว ผู้เรียนสามารถทำประโยคปฏิเสธของ present simple tense ได้ 2 วิธี ดังต่อไปนี้

การทำประโยคปฏิเสธ Present simple แบบที่ 1

เมื่อภาคแสดงเป็นคำกริยา ให้ใช้ verb to do ช่วย โดยถ้าประธานเป็นบุรุษที่ 3 เอกพจน์ จะใช้ does แล้วเติม not หน้าคำกริยาแท้ในประโยค (และไม่ต้องผันกริยาแท้อีกแล้ว)

อ่านเพิ่มเติม คลิก >> คำสรรพนามบุรุษที่ 1, 2, 3

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ

He doesn’t play tennis every day.แปลว่า เขาไม่ได้เล่นเทนนิสทุกวัน

การทำประโยคปฏิเสธ Present simple แบบที่ 2

ถ้าหากภาคแสดงเป็น verb to be ผู้เรียนสามารถเติม not หลัง verb to be ได้เลย

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ

Chompoo is not a teacher.แปลว่า ชมพู่ไม่ใช่ครู

ผู้เรียนสามารถทำประโยคคำถามของ present simple tense ได้ 2 วิธี ดังต่อไปนี้

การทำประโยคคำถาม Present simple แบบที่ 1

เมื่อภาคแสดงเป็นคำกริยา ให้ใช้ verb to do ช่วย โดยถ้าประธานเป็นบุรุษที่ 3 เอกพจน์ จะใช้ Does วางหน้าประโยค (และไม่ต้องผันกริยาแท้อีกแล้ว)

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ

Does he play tennis every day?แปลว่า เขาเล่นเทนนิสทุกวันหรือเปล่า

Do you play tennis every day?แปลว่า คุณเล่นเทนนิสทุกวันหรือเปล่า

การทำประโยคคำถาม Present simple แบบที่ 2

ถ้าหากภาคแสดงเป็น verb to be ผู้เรียนสามารถนำ verb to be มาไว้หน้าประโยคได้เลย

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ

Are you a teacher?แปลว่า คุณเป็นครูใช่ไหม